เทคนิคประหยัดไฟ เซฟเงินในกระเป๋า

เทคนิคประหยัดไฟ เซฟเงินในกระเป๋า

เข้าสู่หน้าร้อน นอกจากอุณหภูมิสูงขึ้นแล้ว ค่าไฟยังจะสูงขึ้นตามไปด้วย หลายคนคงจะเจอเหตุการณ์วนลูปแบบนี้ทุกปี หน้าร้อนที่ไรปาดเหงื่อควักค่าไฟเพิ่มรัวๆ วันนี้เราจึงมาแนะนำเคล็ดไม่ลับประหยัดค่าไฟ ประหยัดพลังงาน อยากรู้เทคนิคประหยัดไฟ เซฟเงินในกระเป๋ากันมั้ย ตามมาเลย (อ่านการประหยัดไฟในหน้าร้อนได้ที่นี่เลย)

อย่างแรกที่ช่วยประหยัดไฟได้ นั่นคือต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า เช่น ปรับพฤติกรรมการใช้แอร์ ตั้งเวลาปิดแอร์ อาจสัก 2 ชั่วโมงก่อนตื่น หากอากาศไม่ร้อนมากก็ใช้โหมดทำความเย็นในระดับต่ำและปรับเป็นโหมดประหยัดพลังงาน เท่านี้ก็ช่วยประหยัดไฟได้เป็นร้อยบาทในเดือนนั้น

นอกจากปรับพฤติกรรมในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว เราควรถอดปลั๊กที่ไม่ได้ใช้ด้วย เช่น ชาร์จแบตโทรศัพท์ทิ้งไว้ทั้งคืน แถมเมื่อชาร์จเสร็จยังดึงออกแค่โทรศัพท์ ปล่อยให้ที่ชาร์จเสียบคาปลั๊กไฟ เพราะอาจเข้าใจผิดว่าไฟไม่เข้าแน่นอนเนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ปลายทาง แต่จริงๆ แล้วกระแสไฟยังไหลอยู่ ทำให้ต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นโดยที่คุณอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์

เลือกใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซ้นส์ หลอดไฟฟลูออเรสเซ้นส์มีราคาแพงกว่าหลอดไฟชนิดอื่นก็จริง แต่หลอดไฟชนิดนี้สามารถช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าหลอดไฟชนิดอื่นถึง 75% เลยทีเดียว แถมยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า หรืออีกวิธีที่จะช่วยประหยัดไฟได้มากกว่า นั่นคือการเคลียร์ตู้เย็นให้สะอาดและเป็นระเบียบ

ใครที่ชอบสะสมของกินไว้ในตู้เย็นวันละนิดวันละหน่อย แต่สุดท้ายก็ลืมทิ้งไว้ให้เน่าเสียคาตู้เย็น พฤติกรรมแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขในบิลค่าไฟพุ่งสูง เนื่องจากตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ตู้เย็นของคุณสกปรก เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรีย ส่งผลกระทบกับสุขภาพด้วย

ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภทอย่างประหยัดอย่างไรดี

ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด

ควรปิดไฟทุกครั้งเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง เลือกใช้หลอดไฟที่มีกำลังวัตต์เหมาะสมกับการใช้งาน พิจารณาใช้โคมไฟตั้งโต๊ะสำหรับงานที่ต้องการแสงสว่างจุดเดียว ทีวี วิทยุ ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่ได้ดู

ใช้ทีวี โทรทัศน์ สมาร์ททีวีอย่างประหยัด

เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภททีวี ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่า ควรปิดการใช้งานทุกครั้งถ้าหากไม่มีคนดูอยู่ อีกทั้งควรถอดปลั๊กให้เรียบร้อยเมื่อเลิกใช้งาน ไม่ควรปิดด้วยรีโมทคอนโทรล เพราะการปิดเครื่องด้วยรีโมท กระแสไฟฟ้าจะยังคงไหลเวียนอยู่ตลอด

ใช้เตารีดอย่างประหยัด
ใช้เตารีดอย่างประหยัด

ใช้เตารีดอย่างประหยัด

สำหรับการใช้เตารีดนั้น เตารีดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทให้ความร้อน ซึ่งในการรีดแต่ละครั้งจะกินไฟมาก ดังนั้นจึงควรรู้วิธีใช้งานอย่างประหยัดและปลอดภัย ก่อนอื่นควรตรวจสอบดูว่าเตารีดอยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งานหรือไม่ เช่น สาย ตัวเครื่อง เป็นต้น ตั้งปุ่มปรับความร้อนให้เหมาะสมกับชนิดของผ้า อย่าพรมน้ำจนเปียกแฉะ ดึงเต้าเสียบออกก่อนจะรีดเสร็จประมาณ 2-3 นาที แล้วรีดต่อไปจนเสร็จถอดปลั๊กออกเมื่อไม่ได้ใช้ และควรรีดผ้าคราวละมากๆ ติดต่อกันจนเสร็จ (อ่านวิธีการใช้งานเตารีดอย่างถูกวิธีที่ หยุดทำ! พฤติกรรมรีดผ้าแบบนี้)

ใช้พัดลมอย่างประหยัด
ใช้พัดลมอย่างประหยัด

ใช้พัดลมอย่างประหยัด

เปิดความเร็วลมพอควร เปิดเฉพาะเวลาใช้งาน หรือถ้าอากาศไม่ร้อนมาก ก็ควรเปิดหน้าต่างใช้ลมธรรมชาติแทนก็ช่วยให้ประหยัดไฟมากขึ้น (พัดลมยังทำอย่างอื่นได้อีก คลิกอ่านที่นี่เลย)

ใช้เครื่องดูดฝุ่นอย่างประหยัด

ควรเอาฝุ่นในถุงทิ้งทุกครั้งที่ใช้แล้วจะได้มีแรงดูดดี ไม่เปลืองไฟ ไม่ควรดูดฝุ่นติดต่อกันเป็นระยะเวลานานหลายชั่วโมง เพราะจะทำให้ตัวเครื่องมีความร้อน และอาจจะก้อให้เกิดกระแสไฟลัดวงจร ร้ายแรงที่สุดคืออาจเกิดการลุกไหม้ได้ (ถ้าไม่มากก็ใช้ไม้กวาดแทน อ่านเพิ่มเติมที่นี่เลย)

ใช้ตู้เย็นอย่างประหยัด

ตั้งอุณหภูมิพอสมควร ไม่น้ำของร้อนเข้าตู้เย็น ปิดประตูตู้เย็นทันทีเมื่อนำของใส่หรือออกและต้องปิดตู้เย้นให้สนิทด้วย หากยางขอบประตูรั่วให้รีบแก้ไขทันที ควรตั้งตู้เย็นให้ห่างจากแหล่งความร้อน ให้หลังตู้ห่างจากฝาเกิน 15 เซนติเมตร เพื่อระบายความร้อนได้สะดวก ไม่เปลืองไฟฟ้า ควรหมั่นทำความสะอาดแผงระบายความร้อน และที่สำคัญที่สุดคือควรเก็บเฉพาะอาหารเท่าที่จำเป็น ไม่แช่อาหารมากจนเกินไป (ว่าด้วยเรื่องขอบยางประตูตู้เย็น อ่าน ตู้เย็นปิดไม่สนิท ขอบยางประตูเสื่อม แก้ได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ที่นี่)

ใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าอย่างประหยัด

ควรหุงข้าวให้พอดีกับจำนวนผู้รับประทาน ถอดปลั๊กออกเมื่อข้าวสุกแล้ว อย่าทำให้ก้นหม้อตัวในเกิดรอยบุบ จะทำให้ข้าวสุกช้าหมั่นตรวจบริเวณแท่นความร้อนในหม้อ อย่าให้เม็ดข้าวเกาะติด จะทำให้ข่าวสุกช้าและเปลืองไฟ

ใช้เครื่องซักผ้าอย่างประหยัด
ใช้เครื่องซักผ้าอย่างประหยัด

ใช้เครื่องซักผ้าอย่างประหยัด

ควรใส่ผ้าแต่พอเหมาะ ไม่น้อยเกินไป และไม่มากจนเกินกำลังเครื่อง ใช้น้ำเย็นซักผ้า ส่วนน้ำร้อนให้ใช้เฉพาะกรณีรอยเปื้อนไขมันมาก ควรใส่ผ้าที่จะซักตามคำแนะนำของแต่ละเครื่อง หากมีแสงแดดไม่ควรใช้เครื่องอบแห้ง ควรจะนำเสื้อผ้าที่ซักเสร็จมาตากแดด

ใช้เตาอบ เตาไฟฟ้าอย่างประหยัด

เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้ ใช้ความร้อนมาทำให้อาหารสุก หากให้ความร้อนสูญเสียไปโดยการใช้ไม่ถูกวิธี ทำให้อาหารสุกช้าลง กินกระแสไฟเพิ่มขึ้นจึงมีข้อแนะนำการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้อย่างประหยัดคือต้องเตรียมเครื่องปรุงอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนเริ่มต้นใช้เตา ภาชนะที่นำเข้าเตาจะต้องเป็นแบบก้นแบน และเป็นโลหะ จะทำให้สามารถนำความร้อนได้ดี ในการหุงต้มอาหาร ควรใส่น้ำให้พอดีกับปริมาณอาหาร

ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นอย่างประหยัด

ปรับปุ่มความร้อนให้เหมาะสมกับร่างกายไม่ปรับร้อนจนเกินไป ปิดวาล์วทันทีเมื่อไม่ใช้งาน ต่อสายลงดินในจุดที่จัดไว้ให้ของเครื่องทำน้ำอุ่น ปิดสวิชต์ไฟฟ้าของเครื่องทำน้ำอุ่นเมื่อไม่ใช้ ปิดก๊อกทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน และในฤดูร้อนอย่างนี้ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำร้อน หรือน้ำอุ่น

ใช้เครื่องปรับอากาศอย่างประหยัด

การใช้เครื่องปรับอากาศให้มีความเย็นที่สบายต่อร่างกาย จะประหยัดค่าไฟฟ้าอย่างได้ผล ต้องปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่อยู่ ปิดประตูหน้าต่างและผ้าม่านกันความร้อนจากภายนอก ตั้งอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ใช้เครื่องขนาดเหมาะสมกับขนาดห้อง ควรติดตั้งเครื่องระดับสูงพอเหมาะ และให้อากาศร้อนระบายออกด้านหลังเครื่องได้สะดวก ควรหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ และแผงระบายความร้อน พิจารณาติดตั้งบังแสงหรือกันแดด เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่อง และหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศและแงระบายความร้อน

ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดไม่ลับในการประหยัดไฟสบายกระเป๋า ทุกท่านสามารถนำไปใช้ได้ นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังช่วยให้เราละเอียดถี่ถ้วนในการตรวจตราความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้าด้วย

เข้ามาเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้มากมาย ที่นี่เลย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค https://www.pea.co.th/