หน้าร้อนมาเยือน เลือกซื้อแอร์ใหม่ ซื้อแอร์ดูแค่ BTU พอไหม?

เลือกแอร์ ซื้อแอร์ เลือกซื้อแอร์ ซื้อแอร์ใหม่

เข้าหน้าร้อนเมืองไทยทีไร จากที่เคยหลบร้อน ไปตากแอร์ตามห้างสรรพสินค้า นั่งเล่นคาเฟ่ร้านกาแฟ แต่ปีนี้ตั้งแต่ต้นปี ทั้งฝุ่น PM2.5 ทั้งไวรัส COVID-19 ที่ระบาดใกล้ตัวมาทุกที ไหนจะกราดยิงในห้าง ก็แทบจะหมดเรี่ยวแรงออกไปนอกบ้าน แอร์ในบ้าน ก็เย็นไม่สะใจ ไม่สู้กับแดดเมืองไทย อยากได้แอร์ใหม่ จะเลือกซื้อแอร์ทั้งที ต้องดูที่อะไรบ้าง ดูแค่ BTU พอไหม ?

 

อยากซื้อแอร์ใหม่ ดูแค่ BTU พอไหม ?​

BTU คือ ขนาดของเครื่องปรับอากาศ มีหน่วยเป็น บีทียู ต่อ ชั่วโมง (BTU/hr) บีทียู เป็นหน่วยของความร้อน ย่อมาจาก British Thermal Unit เป็นค่าความสามารถในการลดพลังงานความร้อนของเครื่องปรับอากาศ

 

การคำนวณ BTU ของแอร์

เพื่อเลือกแอร์ที่มีขนาด BTU เหมาะสมกับห้องนั้น สามารถทำได้ด้วยการใช้ขนาดของพื้นที่คูณด้วย 650-800 BTU ต่อ 1 ตารางเมตร ทั้งนี้สามารถบวกลบได้อีก 5% ขึ้นอยู่กับตัวแปรต่าง ๆ เช่น ทิศทางของห้อง การโดนแดด ลักษณะการใช้งาน เป็นต้น โดยมีตัวอย่างของขนาด BTU ที่เหมาะสม ดังนี้

 

ตารางการเลือกขนาด BTU ของแอร์

เลือกแอร์ ซื้อแอร์ เลือกซื้อแอร์ ซื้อแอร์ใหม่

 

ทำไมต้องเลือก BTU ให้เหมาะสม

การเลือกแอร์ที่มีขนาด BTU เหมาะสมกับขนาดห้อง ทำให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงาน แต่หากเลือกแอร์ที่ขนาด BTU ไม่พอดีจะส่งผล คือ

  • แอร์ BTU สูงเกินไป คอมเพรสเซอร์ทำงานตัดบ่อยเกินไป ทำให้ประสิทธิภาพ ในการทำงานลดน้อยลง ทำให้ความชื้นในห้องสูง ไม่สบายตัว และที่สำคัญราคาแพง และสิ้นเปลืองพลังงาน
  • แอร์ BTU ต่ำเกินไป คอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดเวลา เพราะความเย็นห้องไม่ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ สิ้นเปลืองพลังงาน และเครื่องปรับอากาศเสียเร็ว

การคำนวณ BTU เป็นเรื่องสำคัญก็จริงในการเลือกซื้อแอร์ แต่การดูแค่เพียง BTU อย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่จำเป็นในการเลือกซื้อแอร์ มาดูกันว่าจะเลือกซื้อแอร์ใหม่ทั้งที ต้องดูที่อะไรบ้าง

 

ดูแค่ BTU ไม่พอ เลือกซื้อแอร์ใหม่ ต้องดูที่อะไรบ้าง

เลือกที่ประหยัดไฟ

ควรเลือกแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ซึ่งแสดงว่าเป็นแอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดไฟ และควรดูแอร์ที่มีค่า SEER (Seasonal Energy Efficiency Ratio) สูงไว้ก่อน ซึ่งค่า SEER สูง จะประหยัดไฟมากขึ้น หากลงทุนซื้อแอร์ที่แพงขึ้นเล็กน้อย แต่เป็นแอร์ที่ประหยัดไฟ ก็จะส่งผลให้เราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้มากขึ้น

เลือกแอร์ให้เหมาะกับการใช้งาน

แอร์มีหลายรูปแบบ หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นแอร์ติดผนัง แอร์ฝังฝ้า แอร์แขวนใต้ฝ้า แอร์ตู้ตั้งพื้น ซึ่งแต่ละประเภท ก็เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น หากจะติดแอร์ให้กับบ้าน หรือ ห้องพักขนาดเล็กทั่วไป ควรเลือกแอร์ติดผนัง ซึ่งมีข้อดีคือ ขนาดกะทัดรัด ราคาไม่สูง ดูแลรักษาง่าย แต่หากเป็นการใช้งานแบบอื่น ๆ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม อาคาร สำนักงาน ก็อาจจะเลือกแอร์ที่ต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการ และความเหมาะสมของการใช้งาน

เลือกที่เทคโนโลยี

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีล้ำ ๆ ที่มากับเครื่องปรับอากาศมากมาย ซึ่งสามารถเลือกได้ตามความต้องการของแต่ละคน แต่ละครอบครัว เช่น

  • Inverter ช่วยเร่งให้เย็นเร็ว และรักษารอบคอมเพรสเซอร์ให้ใกล้เคียงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ทำให้ควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำมากขึ้น และประหยัดพลังงาน
  • ระบบฟอกอากาศ กรองอากาศ ช่วยกรองฝุ่น กำจัดกลิ่น ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส
  • ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว ช่วยให้ประหยัดพลังงาน หากไม่มีคนอยู่ในห้อง
  • เทคโนโลยีกระจายอากาศ การกระจายลมในห้องอย่างทั่วถึง

การรับประกัน และศูนย์บริการ

ควรเลือกซื้อแอร์จากศูนย์บริการ หรือร้านที่น่าเชื่อถือ หากมีปัญหาจะได้สามารถติดต่อ ซ่อมบำรุงรักษาได้อย่างรวดเร็ว ระยะเวลาการรับประกันอาจแตกต่างกัน ควรดูเงื่อนไขการรับประกันให้ดีก่อน เช่น บางยี่ห้อรับประกันคอมเพรสเซอร์ 10 ปี แต่รับประกันคอยล์ร้อน หรือ รับประกันตัวเครื่อง อุปกรณ์อะไหล่อื่น ๆ เพียง 1-3 ปี ดังนั้นควรเช็กเงื่อนไขการรับประกันให้ดีก่อนเลือกซื้อ

 

เลือกซื้อแอร์ใหม่กับ The Power
ช้อปออนไลน์ ส่งและติดตั้งให้ถึงบ้าน