สิ่งที่ควรระวังและการใช้เครื่องไฟฟ้าในหน้าฝนอย่างปลอดภัย

ไฟฟ้าและน้ำหรือความเปียกชื้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกกัน ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือ คุณจะต้องเตรียมตัวด้วยการตรวจเช็คและดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ดี ในระหว่างหน้าฝนแบบนี้ ที่มีทั้งเรื่องของกระแสไฟ ไฟตก ไฟกระชาก น้ำที่รั่วซึม รวมถึงปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา เพื่อลดปัญหาหรือป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย ก็ควรต้องคำนึงการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าในหน้าฝนมากขึ้น

ไม่ควรใช้หรือแตะต้องเครื่องใช้ไฟฟ้าขณะตัวเปียก
กรณีที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่นอกตัวบ้านหรือตัวเปียกจากข้างนอก แล้วเข้ามาในบ้าน สิ่งที่ต้องทำคือ หาพื้นที่แห้งหรือเช็ดมือให้แห้ง ก่อนที่จะสัมผัสกับปลั๊กสวิทช์ไฟ รวมถึงไม่ควรแตะต้องกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในขณะที่ตัวเปียกโดยตรง หากจำเป็นควรมีเครื่องป้องกัน เพื่อไม่ให้กระแสไฟฟ้าที่อาจรั่วจากเครื่่องทำอันตรายได้

ตรวจเช็คสายไฟให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เก่าหรือชำรุด อาจทำให้เกิดการช็อตหรือลัดวงจรได้ ยิ่งเมื่อฝนตกหรือน้ำท่วมไปถึงสายไฟต่างๆ ที่วางเอาไว้ อาจทำอันตรายคุณได้เมื่อเข้าใกล้ระยะ

จัดแบ่งการต่อพ่วงปลั๊กไฟ ไม่ให้ใช้กระแสไฟในที่เดียว
การแบ่งปลั๊กรางที่ต่อพ่วง ไม่ให้มีความซ้ำซ้อนหรือรับโหลดมากเกินไป เช่น ต่อปลั๊กพ่วงจากปลั๊กรางหรือใช้ร่วมกับอุปกรณ์ที่กินไฟพร้อมกันหลายตัว ก็จะช่วยลดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรได้เช่นกัน

ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง ไม่อยู่ติดพื้นหากมีการรั่วซึมของน้ำ
บางครั้งหากเกิดน้ำรั่วซึมจากหลังคาและหยดลงมาบนพื้นบ้าน กรณีที่เครื่องใช้ไฟฟ้ามีกระแสไฟรั่วไหล และทำอันตรายต่อผู้ที่เดินไปมาบริเวณนั้น จึงควรยกระดับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ให้สูงขึ้นจากพื้น ไม่ให้ถูกน้ำโดยตรง

ติดตั้งเครื่องตัดไฟ ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร
เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในกรณีที่มีน้ำท่วงขังหรือความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน การติดตั้งอุปกรณ์ตัดไฟอัตโนมัติ เป็นทางออกที่ดี เพื่อการตัดวงจรกระแสไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดการช็อตหรือลัดวงจร

หากเกิดเหตุไฟฟ้าช็อต ห้ามเข้าไปช่วยผู้ที่ถูกไฟฟ้าช็อตโดยตรง จนกว่าจะแน่ใจว่าจะไม่มีกระแสไฟฟ้าหรือสายไฟหรืออื่นๆ สัมผัสกับผู้ที่ประสบเหตุ ให้หาวัสดุที่ไม่นำไฟฟ้าหรือที่เป็นฉนวน เพื่อดันสายไฟหรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่แตะอยู่กับผู้บาดเจ็บออก รวมถึงตัดการทำงานของกระแสไฟฟ้าในบริเวณนั้น