ดูแลเครื่องเสียงให้ดี ให้ความสุขกับเราได้นาน

ดูแลเครื่องเสียงให้ดี ให้ความสุขกับเราได้นาน

การดูหนังฟังเพลงที่บ้านเป็นกิจกรรมเพิ่มความสุข เติมเต็มพลังชีวิตจากการทำงานของใครหลายคน เราจึงมักใช้เวลาวันหยุดดูหนังอยู่บ้านแค่นี้ก็ฟินแล้ว แต่เครื่องเสียงเครื่องหนึ่งนั้นสามารถใช้งานได้นานจนคุ้มค่าเลยทีเดียวถ้าหากว่าได้รับการดูแลบำรุงรักษาอย่างดี เรามาดูกันว่าเคล็ดไม่ลับในการดูแลเครื่องเสียงให้ดี ให้ความสุขกับเราได้นานต้องทำอย่างไรบ้าง

มาดูแลเครื่องเสียงของเรากันเถอะ

สำหรับการดูแลเครื่องเสียงอย่างง่ายๆ นั้น มันมีขั้นตอนไม่มากนักในการดูแล  หลักๆ แล้วก็นำออกมาทำความสะอาดตามรอบ ปีละครั้งเป็นอย่างน้อย หรือถ้าบ่อยกว่านั้นก็ดีมาก ซึ่งการดูแลรักษาเครื่องเสียงจะมีด้วยกัน 4 ขั้นตอน ดังนี้

  1. ควรวางเครื่องเล่นไว้ในที่แห้งและเย็น อากาศระบายดี เวลาใช้งานไม่ควรมีผ้าหรือสิ่งของวางบนตัวเครื่อง เพราะจะขวางการระบายความร้อนของเครื่อง เรื่องนี้เป็นเรื่องต้องระวังให้มาก หากเครื่องมีความร้อนมาก ตัวเครื่องจะเสื่อมอายุการทำงานไว
  2. ควรวางให้ห่างจากบริเวณที่มีสนามแม่เหล็กรบกวน เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัย กันไว้ดีกว่าแก้
  3. ไม่ควรใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำมันพวกระเหยได้เช็ดทำความสะอาดเครื่อง ให้ใช้ผ้านุ่มแห้งสะอาดเช็ดเบาๆ
  4. ไม่ควรเปิดฝาครอบเครื่องโดยพลการ เพื่อป้องกันไม่ให้มีสิ่งแปลกปลอมหล่นลงในเครื่อง

โดยปกติแล้วจะไม่มีการพูดถึงการทำความสะอาดหัวอ่าน เพราะไม่ให้ผู้ใช้ทั่วไปเปิดฝาครอบเครื่องออกนั่นเอง แต่ถ้าอยากทำจริงๆ เวลาใช้งานไปนานๆ ก็เปิดฝาเครื่อง นำพู่กันขนอ่อนๆ มาปัดๆ หรือหาอุปกรณ์เป่าลมมาเป่าไล่ฝุ่นข้างในเครื่องออกก็ได้เช่นกัน

เมื่อใช้งานนานไป เครื่องเสียงก็โรยราไปตามกาลเวลา เรามาสรุปคร่าวๆ ว่าจะดูแลบำรุงรักษาเจ้าเครื่องเสียงนี้อย่างไร ให้กลับมาเสียงใสปิ๊งน่าฟังดังเดิม

  1. ทำความสะอาดหลังเครื่อง

ด้านหลังเครื่องเสียงเป็นหัวใจสำคัญของการเชื่อมต่อสัญญาณ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นซีดี เครื่องเล่นดีวีดี แอมป์ปริไฟเออร์ รีเซิร์ฟเวอร์ ชุดโฮมเธียเตอร์ หรือมินิคอมโปเน้นท์ เครื่องเสียงแยกชิ้นด้านหลังเครื่องยิ่งสำคัญ ถ้ามีเวลาอาจจะทำความสะอาดครั้งใหญ่ปีละสองครั้ง เริ่มด้วยการถอดปลั๊ก ถอดสายสัญญาณออกมาปัดฝุ่น อย่าใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเด็ดขาด ต้องใช้ผ้าแห้งที่ไม่เป็นขน แปรงขนไก่ แปรงทาสีชนิดนิ่ม เพื่อขจัดฝุ่นเท่านั้น หรือถ้ามีที่เป่าลมแรงๆ ก็ยกไปเป่าหลังบ้านเลย เมื่อถอดสายสัญญาณออกมาแล้ว ลองหาน้ำยา Contact Cleaner มาทำความสะอาด อย่าเอาน้ำมันหล่อลื่น น้ำมันจักรไปหยอดเด็ดขาด เพราะถ้ามันซึมลงไปในวงจรมันจะจับเป็นคราบ เมื่อฝุ่นเข้ามายิ่งจะก่อความเสียหายถึงขนาดลัดวงจรได้ เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อยก็เสียบสายสัญญาณต่างๆ ดังเดิม ที่สำคัญต้องอ่านคู่มือให้ละเอียด และอาจจะต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ในการที่จะทำให้เสียงดีขึ้นกว่าเดิมเพราะมันต้องแห้งสนิทและเบิร์นสักระยะ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เบิร์นเป็นไหม? เบิร์นหูฟัง เบิร์นลำโพง เบิร์นยังไงให้เสียงใสนิ้ง ที่นี่เลย)

  1. ทำความสะอาดตัวเครื่อง

การทำความสะอาดตัวเครื่องแม้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำงานของเสียงโดยตรง แต่การทำความสะอาดที่ว่านั้นก็คือการกำจัดฝุ่นไม่ให้มาอุดตันในช่องระบายอากาศ การระบายความร้อนจะมีปัญหา การทำงานของทรานซิสเตอร์จะเกิดความเพี้ยน และถ้าเราปล่อยไปนานๆ ฝุ่นเหล่านี้ลงไปในตัวเครื่องข้างในจะทำให้เครื่องเสียงลดประสิทธิภาพการทำงานลงได้

ดูแลเครื่องเสียงให้ดี ให้ความสุขกับเราได้นาน
ดูแลเครื่องเสียงให้ดี ให้ความสุขกับเราได้นาน
  1. ลำโพงดีต้องดูแล

ผู้ที่ใช้ลำโพงจำเป็นต้องเปิดหน้ากากลำโพงออกมาเช็คดูบ้างว่าสภาพลำโพงยังสามารถใช้งานได้ดีหรือไม่ ข้างในเป็นอย่างไร และถือโอกาสนี้ทำความสะอาดปัดฝุ่นไปในตัว สำรวจขั้วลำโพง ใช้น้ำยา Contact Cleaner จัดการคราบออกไซด์ให้หมด ที่สำคัญลำโพงเคยถูกกระแทกแรงๆ เคยล้ม หรือตู้ลำโพงรั่วหรือไม่ วิธีทดสอบคือ ลองใช้มือกดที่กรวยเบาๆ ค่อยๆ กด และสังเกตว่ากรวยมันค่อยๆ คลายตัวขึ้นมา หรือกดลงไปพอปล่อยออกมาแล้วมันเด้งทันที ถ้ามันเด้งทันทีก็แสดงว่าตัวตู้มีจุดรั่ว อันนี้ก็คงต้องส่งช่างหรือตัวแทนจำหน่ายให้เขาซ่อม  สำหรับการใช้งานลำโพงนั้นก็ต้องใส่ใจ หากใช้งานอย่างทะนุถนอมคอยระมัดระวังรักษา ถือเป็นเการยืดอายุการใช้งานของลำโพง ควรพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์เสี่ยงไม่ให้ลำโพงเสียหายด้วย (เข้ามาอ่าน 4 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ลำโพงเสียเร็ว ได้ที่นี่)

  1. เช็กตำแหน่งของลำโพงสักหน่อย

เรื่องตำแหน่งลำโพงที่เปลี่ยนไปนั้นเกิดขึ้นได้เสมอตั้งแต่การเคลื่อนด้วยแรงสั่นสะเทือน เกิดจากการทำความสะอาดของแม่บ้าน การเช็กตำแหน่งลำโพงต้องอาศัยการฟังเป็นหลัก เมื่อได้ตำแหน่งลำโพงที่คิดว่าดีที่สุดแล้วมักจะทำมาร์คเกอร์เอาไว้ โดยการใช้กระดาษกาวปะลงบนพื้น

  1. ทำความสะอาดเครื่องเสียงหลอด

ทำความสะอาดที่ขั้วสัญญาณ ขั้วลำโพง ปัดฝุ่นบนแท่น สำหรับหลอดถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเอาผ้าไปเช็ด เพราะจะทำให้โลโก้เลอะเลือน ส่วนขั้วที่หลอดถ้าจะใช้ Contact Cleaner ทำความสะอาดก็ได้ถ้ามีคราบออกไซด์ แต่ถ้าเป็นหลอดใหม่แล้วเสียบอยู่ในซ็อกเก็ตตลอดเวลาจะไม่ค่อยมีปัญหา การทำความสะอาดขาหลอดควรระวังอย่าไปโยกขาหลอดไปมา เพราะจะทำให้หลอดรั่วซึมได้ หลอดรั่วซึมแล้วทำให้อากาศเข้าไปภายในและจะเสียในที่สุด

หากใครอยากหาซื้อเครื่องเสียงหรือลำโพงสำหรับบ้านเพิ่มความฟินในการรับความบันเทิงได้ง่ายๆ ก็ลองพิจารณาถึงความเหมาะสม การใช้งาน และพื้นที่ในบ้านดู (อ่าน เลือก “ลำโพง” แบบที่เหมาะ ฟังอะไรก็เพราะเสนาะหู ประกอบการตัดสินใจได้ที่นี่) เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ก็เข้ามาเลือกซื้อเลือกหาเครื่องเสียงที่ใช่ ลำโพงโดนใจได้ที่นี่เลย