5 วิธีดูแลรักษาตู้เย็นของคุณให้เหมือนใหม่!

เมื่อพูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญในบ้าน อย่างหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ “ตู้เย็น” ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบทำอาหารหรือกินข้าวนอกบ้านเป็นประจำ อย่างไรก็คงต้องมีตู้เย็นสักเครื่องติดบ้านไว้แน่นอน แต่ส่วนใหญ่แล้วเราจะละเลยที่จะดูแลรักษาตู้เย็น วันนี้เพาเวอร์แมนเลยขออาสาแนะนำวิธีการดูแลรักษาตู้เย็นให้เหมือนใหม่ อยู่คู่กับเราไปนานๆ ครับ

1.หมั่นทำความสะอาดและตรวจสอบสภาพของขอบยางประตูตู้เย็นเป็นประจำ

เชื่อว่าหลายคนน่าจะละเลยการดูแลรักษาขอบยางตรงประตูตูเย็นกัน รอจนกระทั่งมันเสื่อมสภาพแล้วค่อยหาเปลี่ยน จริงๆแล้วเราควรที่จะหมั่นทำความสะอาดขอบยางประตูตู้เย็นสักปีละ 2 ครั้ง  โดยใช้แปรงสีฟันขัดด้วยน้ำผสมเบคกิ้งโซดา หลังจากนั้นให้ทำการตรวจสอบดูว่าประตูตู้เย็นสามารถปิดได้แน่นสนิทหรือไม่ โดยเอากระดาษแผ่นเล็กๆ สอดไว้ตรงประตู ให้มีส่วนของกระดาษยื่นออกมาจากตัวประตูแล้วปิดประตูตู้เย็นให้สนิท ถ้ากระดาษร่วงหล่นลงมาได้ง่ายๆ แสดงว่าประตูเริ่มหลวมและปิดไม่สนิท ซึ่งส่งผลให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิให้เย็น ควรที่จะทำการเปลี่ยนยางประตูตู้เย็นใหม่ได้แล้วครับ

2.ควรแช่ของในตู้เย็นให้มีปริมาณพอสมควร ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป

ถึงแม้คุณจะเป็นคนประเภทที่ทานข้าวนอกบ้านตลอดเวลา ไ่ม่ค่อยมีอะไรให้ใส่ในตู้เย็นก็ควรจะหาเหยือกน้ำแช่ไว้ในตู้เย็นบ้าง เพราะตู้เย็นที่มีของแช่ไว้จะช่วยรักษาอุณหภูมิไว้ได้ดีมากกว่าเวลาที่คุณเปิดตู้เย็น ลองนึกภาพตามง่ายๆ คือเวลาที่เราเปิดตู้เย็น ถ้าหากตู้เย็นโล่งมากๆ อากาศข้างนอกที่มีความร้อนจะสามารถเข้าไปในตู้เย็นได้ ส่งผลให้ตู้เย็นต้องทำงานเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้อุณหภูมิกลับมาเย็นตามเดิม ดังนั้นเราจึงไม่ควรปล่อยให้ตู้เย็นโล่งจนเกินไป

ในทางตรงกันข้าม การแช่ของไว้มากเกินไปจนแทบล้นก็จะทำให้ต้องทำงานหนักเพื่อให้อุณหภูมิเย็นเพียงพอเช่นกัน ดังนั้นจึงควรพยายามเดินสายกลาง ไม่แช่ของมากหรือน้อยเกินไปจะดีที่สุดครับ

3.ปรับอุณหภูมิในตู้เย็นให้เหมาะสม

ตู้เย็นส่วนใหญ่จะมีปุ่มสำหรับปรับอุณหภูมิอยู่ด้านในสุดของตู้เย็น ปกดิแล้วควรตั้งให้อุณหภูมิอยู่ที่ 0-4 องศาเซลเซียส ถ้าเป็นช่องแช่แข็งให้ปรับให้อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศา อย่างไรก็ตาม ปุ่มปรับอุณหภูมิในตู้เย็นส่วนใหญ่จะเป็นเบอร์ ไม่ได้บอกเป็นอุณหภูมิเป๊ะๆ ซึ่งก็อาจจะมีทั้ง 1-5 หรือ 1-9  ก็ได้ ในกรณีนี้ให้ลองศึกษาจากคู่มือดูก่อนว่าจะต้องปรับอย่างไร แต่ปกติแล้วตัวเลขยิ่งสูงจะยิ่งเย็น อาจปรับให้อยู่ระดับกลางๆ ไว้ก่อนแล้วค่อยๆ ทดลองปรับทีละเบอร์จนได้อุณหภูมิที่พอเหมาะ และอย่าลืมว่าถ้าแช่ของไว้ในตู้เย็นเยอะ ก็ควรที่จะปรับอุณหภูมิให้ต่ำกว่าปกติ

กรณีที่ตู้เย็นของคุณไม่มีแถบแสดงอุณหภูมิมาให้ คุณอาจจะซื้อเทอร์โมมิเตอร์สำหรับใส่ไว้ในตู้เย็นก็ได้ จะช่วยให้ตั้งค่าอุณหภูมิได้ดียิ่งขึ้น ราคาเทอร์โมมิเตอร์ทั่วๆ ไป จะอยู่ที่หลักร้อยบาท ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะการตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสมจะช่วยให้อาหารสดใหม่ได้นาน และไม่กินไฟมากไปครับ

4.อย่าลืมทำความสะอาดแผงระบายความร้อนบ้าง

แผงระบายความร้อนหรือ Condenser coils โดยทั่วไปจะอยู่ที่ด้านหลังหรือด้านใต้ของตู้เย็น ซึ่งเป็นจุดที่เรามักจะหลงลืมในการทำความสะอาด หากปล่อยให้มีฝุ่นจับแผงระบายความร้อนนี้มากๆ ก็จะทำให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้น ดังนั้นจึงต้องทำความสะอาดอย่างน้อยปีละสองครั้ง โดยถอดปลั๊กก่อนทำความสะอาด แล้วนำแปรงมาปัดฝุ่นออก หรือไม่ก็ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดฝุ่นออกก็ได้ครับ

5.เปิดตู้เย็นเท่าที่จำเป็น และไม่เปิดประตูทิ้งไว้นานๆ

สุดท้ายและท้ายสุดที่อาจะจะทำได้ยากสุดก็คือการ “ไม่เปิดตู้เย็นบ่อยๆ” เชื่อว่าหลายคนคงติดนิสัยชอบเปิดตู้เย็นดูเล่นๆ ว่ามีอะไรให้กินบ้าง แต่การเปิดตู้เย็นแต่ละครั้งนั้น อากาศจากภายนอกจะเข้าไปแทนที่อากาศเย็นข้างใน ทำให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อทำให้อุณหภูมิกลับไปเหมือนเก่า เราจึงไม่ควรเปิดตู้เย็นเล่นบ่อยๆ หรือเปิดแช่ทิ้งไว้นานๆ

หากใครติดนิสัยชอบที่จะมองดูของข้างในตู้เย็นบ่อยๆ อาจจะลองซื้อตู้เย็นแบบที่มีหน้าจอทำให้มองเห็นของข้างในได้แทน ปัจจุบันเริ่มมีตู้เย็นประเภทนี้วางจำหน่ายบ้างแล้ว เช่น Samsung Family Hub 2.0

นอกเหนือจาก 5 วิธีการดูแลรักษาตู้เย็นที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว เรายังมีเทคนิคเก็บของในตู้เย็น ให้สะอาด สดใหม่ ปราศจากกลิ่น  มาฝากกันด้วยครับ เพียงเท่านี้ก็รับรองได้ว่าตู้เย็นของคุณจะอยู่คู่บ้านไปอีกนานแน่นอน