ความละเอียดทีวี เรื่องดีๆ ที่คนรักความเอนเตอร์เทนต้องรู้

ความละเอียดทีวี

The Power มีความรู้ดีๆ มาฝากคนสนใจเรื่องทีวีกันอีกเช่นเคย ใครกำลังจะซื้อทีวีใหม่ หรือไม่รู้ว่าหน้าจอทีวีมีความละเอียดเท่าไรบ้าง มามุงมาอ่านกัน

ความละเอียดทีวี

ปัจจุบันทีวีมีหลากหลายประเภท และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้มีนวัตกรรมการผลิตทีวีออกมาให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขนาดหน้าจอที่หลากหลาย ความละเอียด ความคมชัดที่บางรุ่นเกือบจะเทียบเท่าจอภาพยนตร์ ยังไม่รวมฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นๆ ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้ดูโทรทัศน์อย่างสนุก จุใจ และเสพความบันเทิงได้อย่างเต็มที่ง่ายๆ ได้ที่บ้าน

เมื่อพูดถึงความละเอียดและความชัดของทีวีที่มีหลากหลาย เราอาจจะเคยได้ยินขนาดความคมชัดของหน้าจอที่มีหน่วยเป็นพิกเซล เช่น 720p 1080p ฯลฯ และล่าสุดที่ได้ยินกันบ่อยๆ เช่น Full HD 4K หลายคนก็ไม่เข้าใจว่าความละเอียดเหล่านั้นแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เรามีคำอธิบายคร่าวๆ เพื่อเป็นข้อมูลพื้บฐานสำหรับการเลือกซื้อทีวีกัน

 

ความละเอียดมีผลต่อความคมชัดอย่างไร

ความละเอียด หรือ Resolution หมายถึงจำนวนพิกเซลที่อยู่ในภาพบนหน้าจอโทรทัศน์ ภาพหนึ่งภาพที่ปรากฏบนหน้าจอโทรทัศน์ ประกอบด้วยจุดหลายจุดรวมกัน ปัจจุบันนี้หน้าจอทีวีจะมีจำนวนจุดตั้งแต่ 1 ล้านจุด (สำหรับโทรทัศน์ความละเอียด 720p) ไปจนถึง 8 ล้านจุด (สำหรับโทรทัศน์ความละเอียด 4K Ultra HD) ซึ่งเราไม่อาจมองเห็นความแตกต่างได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้นความละเอียดของจอภาพจึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเลือกซื้อทีวีสมัยใหม่ โดยความละเอียดของจอภาพทีวีนั้นจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมทีวี เพราะยิ่งมีความละเอียดสูงมากเท่าไหร่ ภาพที่ปรากฏบนจอทีวีก็ยิ่งสวยเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น

ในท้องตลาดมีทีวีที่มีความละเอียดสูง-ต่ำมากมายให้เลือก ซึ่งโดยทั่วไปเราจะพบความละเอียดของหน้าจอ แต่ก่อนจะรู้จักกับความละเอียดของหน้าจอ เรามาทำความรู้จักกับประเภทของหน้าจอกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง

 

ความละเอียดทีวี

ความแตกต่างของหน้าจอแต่ละประเภท

– LCD (Liquid Crystal Display) เป็นเทคโนโลยีแรกๆ สำหรับทีวีจอแบน ใช้หลอดไฟ CCFL (Cold Cathode Fluorescent Lamp) ขนาดเท่าหลอดกาแฟ วางเรียงตัวเป็นแนวนอนอยู่ภายใต้หน้าจอเป็นตัวก่อกำเนิดแสง (Backlit) ทำงานร่วมกับ Color Filter ทั้ง 3 สี ได้แก่ สีแดง น้ำเงิน และเขียว ก่อนแสดงผลออกมาสีสันต่างๆ ที่เราเห็นบนจอภาพนั่นเอง

– LED (light-emitting diode) เป็นประเภทของทีวียอดนิยมมากที่สุดในตลาด ต่อยอดเทคโนโลยีมาจาก LCD ใช้หลอดไฟ LED ขนาดจิ๋ว 3 สี ได้แก่ สีแดง น้ำเงิน และเขียว เป็นตัวกำเนิดแสง แต่กลับให้แสงสว่างได้ดีว่า LCD กินไฟน้อยกว่า และตัวเครื่องมีความบางยิ่งขึ้นอีกด้วย

– Plasma TV อีกประเภทของจอทีวี มีเม็ดพิกเซลที่สามารถให้กำเนิดแสงได้เองด้วยแรงดันไฟฟ้า แสดงภาพเคลื่อนไหวได้ดี ให้สีดำที่ดำสนิท สีสันมีความเป็นธรรมชาติ มีมิติและมุมมองของการแสดงภาพที่กว้างกว่า LCD TV แต่กระจกของ Plasma TV จะสะท้อนแสงเมื่อตั้งอยู่ในห้องที่มีแสงจ้ามากๆ ทำให้ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอลดคุณภาพลงไปพอสมควร รวมถึงมีอัตราการกินไฟมากอีกด้วย

– OLED TV (Organic Light Emitting Diodes) เป็นประเภทของทีวีสมัยใหม่ ที่เสมือนเป็นการนำจุดแข็งของทีวีแต่ละประเภทมารวมไว้ในที่เดียว เม็ดพิกเซลสามารถให้กำเนิดแสงได้เองคล้ายกับ Plasma TV ไม่ต้องพึ่งหลอดไฟเหมือน LCD หรือ LED จุดเด่นของจอ OLED คือความบางและความยืดหยุ่น สามารถพัฒนาหน้าจอให้มีความโค้งได้ กินไฟน้อย แสดงสีสันของภาพได้สม่ำเสมอไม่ว่าจะมองจากองศาใดก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัยย่อมตามมาด้วยราคาที่แพงขึ้น Full HD (1920 x 1080 Pixel) ความละเอียดที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ช่วยในการดูภาพยนตร์ คอนเทนต์หรือรายการทีวีระบบดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ในส่วนของความละเอียดของจอภาพทีวีในท้องตลาดก็มีให้เลือกหลากหลาย เช่น

ความละเอียดระดับ HD (1366 x 768 Pixel) เป็นมาตรฐานความละเอียดของจอภาพเบื้องต้น นอกจากนี้ราคาทีวียังไม่แพงอีกด้วย

ความละเอียดระดับ  Full HD (1920 x 1080 Pixel) ความละเอียดที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ช่วยในการดูภาพยนตร์ คอนเทนต์หรือรายการทีวีระบบดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ความละเอียดระดับ UHD (Ultra High Definition) หรือ 4K มีความละเอียดอยู่ที่ 3840 x 2160 Pixel สูงกว่า Full HD ถึง 4 เท่า ซึ่งประโยชน์ของการแสดงภาพในความละเอียดระดับนี้ ช่วยให้เราได้ชมภาพที่มีความคมชัดสมจริง และปัจจุบันคอนเทนต์หรือภาพยนตร์ที่ให้บริการเป็น 4K มีมากขึ้นเป็นลำดับ

ความละเอียดระดับ  K TV มาพร้อมความละเอียดสูงสุดถึง 7680 x 4320 Pixel มากกว่าเทคโนโลยีแบบ Full HD ถึง 16 เท่า แต่ต้องยอมรับว่าคอนเทนต์ต่างๆ ที่มีการถ่ายทำด้วยความละเอียดสูงขนาดนี้ยังแทบไม่มีให้เห็น และราคาทีวียังค่อนข้างสูงมาก เกินความจำเป็นสำหรับบ้านพักอาศัย

 

ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเรื่องภาพนั้นพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทีวีที่เราเลือกซื้ออย่างน้อยๆ ควรจะมีความละเอียดอย่างน้อยๆ ระดับ Full HD 1080p ขึ้นไป แต่ถ้าใครพอมีกำลังซื้อมากหน่อยจะพิจารณาความละเอียดที่สูงขึ้นคือ Ultra HD หรือที่เรียกกันฮิตๆ ว่า 4K (3840×2160)  ก็ได้ไม่ว่ากัน หลายคนอาจคิดว่าทีวีความละเอียดสูงยังไม่มีความจำเป็นเพราะคอนเทนค์ยังไม่แพร่หลาย อย่างไรก็ตามคอนเนต์ที่ได้รับการสร้างขึ้นในยุคหลังๆ มีความละเอียดมากขึ้น เมื่อเปิดเข้ากับหน้าจอที่มีความละเอียดสูงก็จะได้ภาพที่สวยงามสมจริง อย่างไรก็ตามก็ยังไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนทีวีในแบบทันทัทันใด เพราะส่วนใหญ่เมื่อเปิดกับทีวีที่มีความละเอียดระดับ1080p ก็ยังสามารถรับชมได้เช่นกัน

 

เข้าไปเลือกทีวีที่เหมาะสมได้อย่างจุใจที่นี่เลย คลิกเลือกทีวี