เลือกเครื่องดูดฝุ่นอย่างไรดี ให้เหมาะกับการใช้งาน

เลือกเครื่องดูดฝุ่นอย่างไรดี ให้เหมาะกับการใช้งาน

เครื่องมือการทำความสะอาดของแต่ละบ้านก็ไม่เหมือนกัน บางบ้านก็ใช้ไม้กวาด บางบ้านก็ใช้เครื่องดูดฝุ่นไปเลย ทีนี้เราลองมาดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะจัดเครื่องดูดฝุ่นมาใช้ที่บ้านสักเครื่องหนึ่ง เราจึงควรรู้ว่าเราจะเลือกเครื่องดูดฝุ่นอย่างไรดี ให้เหมาะกับการใช้งาน

เครื่องดูดฝุ่นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งที่สามารถทุ่นแรงในการดูแลรักษาความสะอาดของบ้านเราได้ การเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นมาใช้สักเครื่องก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละลักษณะบ้านต้องรู้จักพิจารณาข้อมูลและคุณสมบัติต่างๆ ของเครื่องดูดฝุ่น เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุดมาใช้งาน โดยทั่วไปจะเลือกซื้อกับบริษัทหรือร้านตัวแทนจำหน่ายที่มีความมั่นคงและน่าเชื่อถือ เพราะบริการหลังการขาย เช่น การส่งซ่อม การรับประกันสินค้าต่างๆ การหาซื้ออะไหล่เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ประกอบการพิจารณา เครื่องดูดฝุ่นที่ดีควรใช้งานง่าย สามารถปรับได้หลายระดับ มีหัวให้เปลี่ยนหลายหัว มีความยืดหยุ่นสามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ

เลือกเครื่องดูดฝุ่นอย่างไรดี ให้เหมาะกับการใช้งาน
เลือกเครื่องดูดฝุ่นอย่างไรดี ให้เหมาะกับการใช้งาน

ส่วนประกอบและการทำงานของเครื่องดูดฝุ่น

ส่วนประกอบหลักของเครื่องดูดฝุ่น ประกอบด้วย 5 ส่วน คือ พัดลมดูด มอเตอร์ ไฟฟ้าขับเคลื่อนพัดลม ถุงผ้าหรือกล่องเก็บฝุ่น หัวดูดหลายแบบและท่อดูดที่สามารถขยาย ความยาวได้ตามประโยชน์ใช้สอย และแผ่นกรองหรือตะแกรงดักฝุ่นละอองไม่ให้ผ่านเข้ามอเตอร์ เครื่องดูดฝุ่นจะเริ่มทำงานเมื่อเปิดสวิตซ์พัดลมดูด ซึ่งจะดูดเอาฝุ่นละอองเข้ามาตาม ท่อดูด และถูกเก็บที่ถุงเก็บหรือกล่องเก็บฝุ่น เครื่องดูดฝุ่นชนิดที่ทำความสะอาดพื้น จะมีแปรงปัดฝุ่นช่วยในการปัดฝุ่นให้กระจายขึ้นจากพื้น เพื่อให้ดูดฝุ่นได้สะดวกขึ้น

จะเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นสักเครื่องต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

  1. พื้นที่ภายในบ้าน ก่อนที่จะพิจารณาส่วนประกอบอื่นๆ ควรคำนึงถึงความกว้างของพื้นที่ภายในบ้านเสียก่อน เพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณขนาดความเล็กใหญ่ รูปแบบ และกำลังไฟฟ้าของเครื่องดูดฝุ่นที่จะนำมาใช้ รวมไปถึงความถี่ในการใช้ เฟอร์นิเจอร์ และมุมอับต่าง ๆ
  2. ประเภทเครื่องดูดฝุ่น เครื่องดูดฝุ่นถูกแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่ แบบดูดฝุ่นโดยตรงเหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่กว้าง อย่างเช่น บนพื้นบ้าน หรือตามซอกมุมห้องต่างๆ และบริเวณที่ตั้งของเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป แต่สำหรับพื้นที่ที่มีฝุ่นค่อนข้างน้อย พื้นที่ไม่กว้างมากนัก และเน้นความสะดวกสบาย เหมาะสมกับแบบทรงกระบอก เพราะมีขนาดเล็ก และถือหิ้วได้ตามใจ ส่วนบริเวณที่มีฝุ่นเกาะหนาแน่นและกำจัดยากควรจะเลือกเครื่องดูดฝุ่นแบบทรงกระป๋อง เนื่องจากมีกำลังดูดฝุ่นมากกว่าแบบอื่น ๆ
  3. กำลังการทำงานของเครื่อง พลังในการทำงานของเครื่องจะช่วยให้คุณสามารถดูดฝุ่นได้ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นได้อย่างหมดจด ซึ่งเครื่องดูดฝุ่นปกติจะทำงานอยู่ที่ 700-1600 W ถือว่าเป็นเครื่องที่มีพลังแรงพอสมควร แต่ก็มีเครื่องที่พลังแรงกว่า เหมาะสำหรับการใช้งานหนัก พลังการทำงานก็จะอยู่ที่ 1000-1200 W และในบางรุ่นยังให้คุณสามารถเลือกกำลังดูดฝุ่นของเครื่องดูดฝุ่นได้ในมอเตอร์ตัวเดียว ซึ่งเหมาะสมกับการทำงานในพื้นที่กว้าง และต้องการเครื่องที่มีกำลังแรงสูง เช่น โรงงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และพวกสำนักงานใหญ่ๆ
  4. ระบบการกรองฝุ่น เครื่องดูดฝุ่นที่ดีควรมีระบบการกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ถึง 10 ไมครอน ลงไปจนถึง 0.06 ไมครอนได้ 1 ไมครอน = 0.001 มม. ถ้าเทียบง่ายๆ คือผมเส้นหนึ่ง = 100 ไมครอน และควรมีระบบกรองอากาศในตัว เมื่อเปิดใช้งานฝุ่นจะถูกดูดเข้าไปยังถังเก็บฝุ่นและส่งต่อไปที่แผ่นกรองฝุ่นและผ่านเข้ามอเตอร์เป็นการกรองขั้นสุดท้าย
  5. การทำงานของมอเตอร์ มอเตอร์ของเครื่องที่ดีจะช่วยให้การหมุนเวียนของอากาศเป็นไปได้ด้วยดี โดยอากาศที่ผ่านเข้าไปในตัวเครื่องจะต้องผ่านระบบการกรองก่อนถึงจะสามารถปล่อยออกมาสู่ภายนอกได้ และอากาศที่ยังไม่ผ่านระบบการกรองฝุ่นจะไม่สามารถหลุดออกมาภายนอกเครื่องได้ ในบางรุ่นจะใช้แผ่นกรองมอเตอร์ที่มีสารเคลือบป้องกันแบคทีเรียซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นได้ถึง 2 เท่า
  6. ก้านดูดฝุ่น เนื่องจากเครื่องดูดฝุ่นแต่ละรุ่นมีขนาดความยาวของท่อดูดฝุ่นแตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรพิจารณาด้วยว่าในส่วนของท่อดูดฝุ่นมีความยาวเพียงพอหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาดบริเวณที่เข้าถึงยากหรือบนพื้นที่ที่มีความสูงมากๆ เช่น บนฝ้าเพดาน ใต้เฟอร์นิเจอร์ หรือตามซอกมุมต่าง ๆ และในกรณีที่เป็นแบบท่อตัวหนอนควรจะมีความหนามากพอ เมื่อจับหรือบีบแล้วไม่บุบหรือยุบลงไป อีกทั้งยังควรพิจารณาลักษณะของหัวแปรงด้วยว่ามีแบบที่ต้องการหรือไม่ นอกจากนี้หากเป็นไปควรจะเลือกเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถเก็บหัวแปรงไว้กับตัวเครื่องได้ด้วย เพื่อป้องกันการสูญหาย และความสะดวกในการหยิบใช้งาน
  7. น้ำหนักของตัวเครื่อง ไม่ควรตัดสินใจซื้อเพราะลักษณะของรูปแบบ ดีไซน์ และสีสันภายนอกเท่านั้น แต่ควรทดลองเพื่อทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานเสียก่อน รวมไปถึงความเหมาะสมของอุปกรณ์ ได้แก่ ความถนัดในการจับ น้ำหนักของตัวเครื่อง และระดับความดังของเครื่องดูดฝุ่น เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมาในภายหลัง เช่น หากจับไม่ถนัด หรือเครื่องดูดฝุ่นมีน้ำหนักมากเกินไป จะทำให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้ อีกทั้งถ้ามีเสียงดังเกินไปอาจเป็นการรบกวนเพื่อนบ้านด้วย

การดูแลรักษาเบื้องต้น

ผู้ใช้เครื่องดูดฝุ่นควรหมั่นทำความสะอาดส่วนต่างๆ ของเครื่องให้สะอาด และอย่าให้มีสิ่งสกปรก เข้าไปทำให้อุดตัน โดยเฉพาะอย่างตัวกรองหรือตะแกรงกันเศษวัสดุมิให้เข้าสู่มอเตอร์ ควรทำความสะอาดโดยใช้ปรงถูเบาๆ และล้างน้ำ จากนั้นนำไปตากในที่ร่มให้แห้ง ไม่ควรใช้น้ำอุ่น ล้าง น้ำควรมีอุณหภูมิต่ำกว่า 45 องศาเซลเซียส และหลังจากใช้งานเครื่องดูดฝุ่นเรียบร้อยแล้ว ควรนำไปวางในสถานที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี เพื่อให้มอเตอร์ระบายความร้อนได้อย่างรวดเร็ว

อยากให้บ้านสะอาดแบบชิลๆ ก็ลองหาเครื่องดูดฝุ่นมาใช้สักเครื่อง ลองเข้ามาดูคลิกที่นี่เลย มีให้เลือกเพียบ บ้านแบบไหน ใช้งานยังไง มาเลือกดูได้เลยคร้าบ