ดูแลเครื่องซักผ้าฝาหน้าอย่างไรดี ให้มีอายุการใช้งานยาวนาน

ดูแลเครื่องซักผ้าฝาหน้าอย่างไรดี ให้มีอายุการใช้งานยาวนาน

เชื่อว่าปัจจุบันนี้แทบทุกบ้านจะต้องมีเครื่องซักผ้า น้อยคนมากที่จะยังซักมืออยู่ และเครื่องซักผ้าที่กำลังได้รับความนิยมคือเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า เนื่องจากประหยัดพื้นที่ในการติดตั้งมากกว่า และเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนในเมืองที่ต้องการฟังก์ชั่นเยอะๆ สะดวกสบาย และมีพื้นที่น้อยต้องจัดสรรทุกตารางนิ้วให้เป๊ะ เมื่อเครื่องซักผ้าฝาหน้าเป็นตัวเลือกหลักในการตัดสินใจแล้ว ก็ต้องรู้จักวิธีการบำรุงรักษาเพื่อให้เครื่องซักผ้ามีอายุการใช้งานนานขึ้น และอยู่กับเราได้อีกแสนนาน เรามาดูกันเลยว่าเราควรดูแลเครื่องซักผ้าฝาหน้าอย่างไรดี ให้มีอายุการใช้งานยาวนาน

ลักษณะของเครื่องซักผ้าฝาหน้านั้น ฝาเปิด-ปิดจะอยู่บริเวณด้านหน้าของเครื่องซักผ้า โดยการทำงานของจานหมุนของการซักจะเป็นการหมุนในแนวนอน โดยลักษณะการหมุนจะคล้ายกับเครื่องโม่ปูน โดยเครื่องซักผ้าแบบฝาเปิดหน้าจะมีถังซักเพียงถังเดียว ซึ่งจะช่วยให้เราไม่จำเป็นต้องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มหรือย้ายผ้าไปที่ถังปั่นแห้ง เพราะเครื่องนี้สามารถซักและปั่นให้แห้งได้อัตโนมัติได้ในเครื่องเดียว นอกจากนี้ยังมีปุ่มโปรแกรมให้เลือกการใช้งานให้เหมาะสมกับผ้าที่ต้องการซักที่หลากหลาย และความสะอาดของเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้านี้อยู่ในระดับปานกลาง หากใครอยากรู้ว่าเราควรเลือกใช้เครื่องซักผ้าฝาหน้าหรือฝาบน เข้ามาดูที่นี่เลยครับ 

เครื่องซักผ้าฝาหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่รักความสะอาดเป็นอย่างมาก ให้ความสำคัญกับการถนอมเนื้อผ้า มีความทนทานในการใช้งาน เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ที่มีการซักผ้าในปริมาณมากและบ่อยครั้ง เหมาะกับการซักผ้าที่มีความหนา เช่น พวกผ้าปูที่นอน ผ้านวม ผ้าห่มชนิดต่างๆ เวลาในการซักผ้าโดยประมาณ 30-140 นาที

เทคนิคง่ายๆ ในการดูแลเครื่องซักผ้าฝาหน้า
เทคนิคง่ายๆ ในการดูแลเครื่องซักผ้าฝาหน้า

เทคนิคง่ายๆ ในการดูแลเครื่องซักผ้าฝาหน้า

การรักษาความสะอาดเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ ควรล้างทำความสะอาดเดือนละครั้งหรือสูงสุด 3 เดือนครั้ง แล้วจะบำรุงรักษาอย่างไรดี มาดูกัน (อ่านเพิ่มเติม ไม่อยากให้เครื่องซักผ้าพัง ต้องเลือก ผงซักฟอกให้ถูกหลัก)

  1. เช็ดยางขอบประตู ทุกครั้งที่ใช้งานเสร็จ เพราะยางขอบประตูถือว่าเป็นจุดอ่อนของเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าเลย เพราะว่าถ้าเราไม่ดูแลให้ดี มันอาจจะรั่วหรือขึ้นราได้ ดังนั้นแค่เราเสียเวลาอีก 30 วินาทีเป็นอย่างมาก หลังจากใช้งาน เราเช็คยางขอบประตูให้แห้ง
  2. ไม่ทิ้งผ้าที่ซักเสร็จแล้วไว้ในเครื่องนานๆ เพราะว่าหลังจากที่ซักผ้าเสร็จแล้วเนี่ย เราควรนำผ้าออกไปตากเลย เพราะไม่อย่างงั้นเครื่องมีความชื้นอยู่ภายใน จะมีโอกาสขึ้นรา และเกิดกลิ่นอับชื้นได้ง่าย
  3. เปิดฝาหน้าเครื่องทิ้งไว้หลังใช้งาน ข้อนี้ทำง่ายมากๆ แค่เปิดประตูหน้าเครื่องทิ้งไว้เอง แต่ว่ามีส่วนช่วยรักษาเครื่องซักผ้าของเราได้เป็นอย่างดี เพราะว่าจะทำให้เครื่องไม่มีความชื้นสะสม ลดโอกาสเกิดราที่ยางขอบประตูได้อีกด้วย
  4. ทำความสะอาด ช่องใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม ถ้าคุณไม่เคยทำความสะอาดช่องใส่น้ำยาเลย แนะนำโดยด่วนที่สุดให้ไปล้างทำความสะอาด เพราะว่าช่องผงซักฟอกและช่องน้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นจุดชอบมีราขึ้น เครื่องซักผ้าที่บ้านชอบมีรา บริเวณด้านในของช่องน้ำยาปรับผ้านุ่ม ถ้าหากว่าปล่อยไว้นาน แทนที่เราจะได้น้ำยาปรับผ้านุ่มพร้อมกลิ่นหอมๆ เราจะได้กลิ่นอับชื้นมาแทน
  5. ทำความสะอาด ตัวกรองน้ำทิ้ง เครื่องซักผ้าฝาหน้าจะมีช่องที่เขียนไว้ว่า “Drain Pump Filter” หรือตัวกรองน้ำทิ้ง จริงๆมันประโยชน์ในกรณีที่คุณอาจจะลืมของในกระเป๋า เช่น เหรียญเงิน เจ้าตัวกรองนี้ล่ะที่จะดัก เหรียญของคุณไว้ไม่ให้ทิ้งลงไปในท่อระบายน้ำ แต่ว่ามันก็เลยกลายเป็นว่ามันกักเศษด้ายก้อนใหญ่ๆด้วยน่ะซิจ๊ะ ทำให้เราต้องทำความสะอาดทุก 2 – 3 อาทิตย์
  6. ทำความสะอาดเครื่องซักผ้า ในคู่มือเครื่องซักผ้าจะบอกไว้เลยว่าต้องทำความสะอาดทุกๆ กี่เดือน หรือหลังการใช้งาน 30 ครั้ง วิธีทำความสะอาดก็มีเขียนไว้ในคู่มือแล้ว โดยส่วนมากจะเป็นการเปิดน้ำร้อนที่สุด แล้วปล่อยให้เครื่องซักผ้าทำงานโดยที่ไม่มีน้ำยาใดๆ และไม่ต้องใส่ผ้าด้วย
  7. เลือกรอบปั่นให้เหมาะสม จริงอยู่ว่าถ้าเราปั่นรอบสูงๆ เช่น 1000 รอบ ผ้าจะแห้งมากๆ แต่ว่าในทางกลับกัน ถ้าเราซักผ้าที่มันหนัก แล้วเราไปสั่งให้ปั่นรอบสูงๆ เครื่องซักผ้าอาจเกิดการสึกหรอภายใน จะทำให้มีอายุการใช้งานที่สั้นลง

นี่เป็นทริคง่ายๆ ในการดูแลรักษาเครื่องซักผ้าให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น  คุ้มค่าการใช้งานมากขึ้นไปอีก