จัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องนอนอย่างไรให้ชีวิตดี

จัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องนอนอย่างไรให้ชีวิตดี

จัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องนอนอย่างไรให้ชีวิตดี

ห้องนอนถือเป็นห้องที่เราใช้เวลาอยู่นานที่สุดในบ้าน เพราะอย่างน้อยช่วงเวลาที่เราหลับอย่างต่ำๆ 6 ชั่วโมงเราก็ต้องอยู่ในห้องนอน ไม่รวมช่วงเวลาพักผ่อนอื่นๆ ดังนั้นการจัดวางห้องนอนให้อยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หลายคนจึงยึดหลักการจัดห้องนอนตามศาสตร์ฮวงจุ้ยที่เชื่อกันว่าจะทำให้ผู้อาศัยอยู่ในห้องนั้นโชคดี ร่ำรวย แต่ที่จริงแล้วการจัดห้องนอนให้ถูกหลักฮวงจุ้ย จะส่งผลต่อสุขภาพด้วย เพราะส่วนใหญ่แล้วห้องที่จัดตามหลักฮวงจุ้ยจะเป็นห้องที่โปร่ง สบาย หายใจสะดวก เรามาดูเคล็ดวิธีการจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องนอนอย่างไรให้ชีวิตดีกัน

นอกจากทิศทางลมที่เน้นให้มีการหมุนเวียน ถ่ายเทสะดวก และการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสมแล้ว รายละเอียดในเรื่องของการจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะจะส่งผลต่อสุขภาพของเจ้าของห้องด้วย

การจัดวางทีวีในห้องนอน

การจัดวางทีวีในห้องนอน
การจัดวางทีวีในห้องนอน

ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าการวางทีวีในห้องนอนนั้น จะทำให้พลังหยิน-หยางภายในห้องขาดความสมดุล ส่งผลให้คนในห้องนอนไม่หลับ หรือสุขภาพไม่ดีในระยะยาว แต่ถ้ามองในมุมวิทยาศาสตร์ก็เห็นจะมีส่วนจริงอยู่บ้าง เพราะในขณะที่เราดูโทรทัศน์ในห้องนอน แสงและเสียงอาจไปรบกวนการนอนของคนข้างๆ กาย และการดูทีวีที่สว่างจ้าเกินไปในห้องมืด ก็อาจทำให้เกิดอาการปวดตาและปวดศีรษะตามมาได้  สายตาจะมีปัญหาในอนาคต ต้องระวังมากๆ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ วางทีวีในห้องนอน ไม่ควรทำจริงหรอ?)

อย่างไรก็ตาม หากพื้นที่ห้องมีที่เหลือ หรือจำเป็นต้องมีทีวีวางในห้อง ก็สามารถแก้ได้เริ่มจากจัดวางทีวีไว้ในตำแหน่งที่ไม่ให้คลื่นไฟฟ้าจากทีวีมาโดนตำแหน่งที่เรานอนอยู่ อาจจะตั้งไว้ที่มุมห้อง วางลักษณะเฉียงกับห้อง หรือวางด้านข้างเตียง แต่ถ้าต้องการวางทีวีที่ปลายเดียงก็ควรจะมีตู้เปิด-ปิดได้ และตั้งค่าความสว่างและเสียงของทีวีให้เหมาะสม ไม่สว่างหรือเสียงดังจนเกินไป หรือใช้งานร่วมกับหูฟังไร้สายหากมีเพื่อนร่วมห้องจะได้ไม่เป็นการรบกวน

วางเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมตรงไหนดี

วางเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมตรงไหนดี
วางเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมตรงไหนดี

ห้องนอนบางห้องไม่มีเครื่องปรับอากาศ แต่มีพัดลม เพราะบางคนชอบเปิดหน้าต่างนอน ข้อดีของการเป็นห้องพัดลมก็คือการนอนในห้องที่มีอากาศถ่ายเทหมุนเวียน แต่ก็ต้องแลกกับการต้องทำความสะอาดบ่อยๆ เพราะจะมีฝุ่นมากกว่าห้องที่ติดเครื่องปรับอากาศ ทั้งพัดลมและเครื่องปรับอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความย็นแก่ร่างกาย ทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในห้องรู้สึกผ่อนคลาย แต่ถ้าลมเย็นกระทบร่างกายมากเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ เช่น ผิวแห้ง เป็นหวัดไม่สบาย ดังนั้นการติดตั้งทั้งเครื่องปรับอากาศและพัดลมจึงไม่ควรจัดวางตรงข้ามกับตำแหน่งเตียงนอน แต่ควรวางด้านข้างค่อนไปทางปลายเตียงจะดีที่สุด ที่สำคัญไม่ควรวางในตำแหน่งเหนือศีรษะหรือหัวเตียงนอนเด็ดขาด  เพราะการจัดวางในลักษณะนี้จะเหมือนนอนอยู่ใต้คาน ทำให้รู้สึกเหมือนถูกกดทับส่งผลให้ปวดหัวได้ นอกจากนี้ยังทำให้ป่วยง่ายเพราะลมเย็นจะกระทบในส่วนของศีรษะ ตำแหน่งหัวเตียงจึงเป็นตำแหน่งต้องห้ามในการติดตั้งเครื่งปรับอากาศ

เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ในห้องนอน

เครื่องเสียง ควรอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างโลง เพื่อให้เสียงออกได้รอบทิศทาง และวางลำโพง 2 ตัว ให้อยู่ระยะห่างประมาณ 2-3 เมตร เพื่อกันเสียงสะท้อน หากห้องนอนเล็ก ให้วางลำโพงในมุมเฉียงกับผนังห้อง เพื่อให้เสียงกระทบผนังห้อง และสะท้อนออกไปได้ ไม่ควรวางอยู่ใกล้เตียงหรือหัวเตียง เพื่อป้องกันการสูดฝุ่นละอองที่ติดอยู่ตามเครื่องเสียงเข้าไป แต่ถ้ามีระบบเครื่องเสียงแบบจัดเต็ม ควรเอาไว้นอกห้องนอน ตั้งไว้บริเวณห้องนั่งเล่นจะดีที่สุด

ตู้เย็น หลายคนจะมีตู้เย็นเล็กๆ ไว้ในห้องนอน โดยเฉพาะสาวๆ ที่ชอบเอาตู้เย็นมาแช่เครื่องสำอาง ควรวางตู้เย็นให้ห่างจากผนังห้องประมาณ 10 เซนติเมตรเพื่อระบายความร้อน แต่การวางตู้เย็นในห้องนนอนที่มีเครื่องปรับอากาศ ก็ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักมากขึ้น อย่างไรก็ตามถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรวางตู้เย็นไว้ในห้องนอน เพราะห้องนอนควรเป็นห้องที่โล่งโปร่งที่สุด

และนี่ก็เป็นลักษณะคร่าวๆ ในการจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องนอน (การจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ วางเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้ถูกหลักฮวงจุ้ย เฮงๆ รวยๆ ทั้งบ้าน)  การที่จะหลีกเลี่ยงไม่วางเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องนอนนั้นเป็นเรื่องยาก แต่เราสามารถจัดวางให้ปลอดภัยต่อร่างกายได้ และที่สำคัญคือ คุณภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย อย่างทีวีที่อยู่ในห้องนอนก็ควรจะเป็นทีวีรุ่นใหม่ มีมาตรฐาน แต่จอไม่ใหญ่มาก เป็นต้น เข้าไปเลือกทีวีที่เหมาะกับห้องนอนของคุณได้ที่นี่เลย

ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล http://baansanruk.blogspot.com/