“Juicero” เครื่องคั้นน้ำผลไม้ลวงโลก Startup สุดเฟลแห่ง Silicon Valley

Juicero

ในช่วงที่กระแส Tech Startup กำลังฟู่ฟ่าไปทั่วโลกแบบนี้ ในปี 2014 “Juicero” ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทสตาร์ทอัพที่ขอก้าวขึ้นมาบนเวทีแข่งขันอันน่าจับตามอง โดยโปรไฟล์ของผู้ก่อตั้งก็ไม่ใช่ไก่กา เขาคือ Doug Evans ผู้เป็นถึงอดีตประธานบริษัทโคคาโคล่าในอเมริกาเหนือเลยทีเดียว แถมยังระดมทุนได้ถึง 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว ๆ 4 พันล้านบาท) ดูแล้วน่าจะมีอนาคตไกลได้ไม่ยาก แต่สุดท้ายกลายเป็นล้มเหลวครั้งใหญ่ซะอย่างนั้น นับเป็น Case Study ที่น่าสนใจเคสหนึ่ง

juicero doug evans
Doug Evans อดีตประธานบริษัทโคคาโคล่า ผู้ก่อตั้ง Juicero

 

Juicero” เครื่องคั้นน้ำผลไม้สุด Smart

Juicero เป็นผู้ผลิตน้ำผลไม้และเครื่องคั้นน้ำผลไม้ไฮเทค โดยลูกค้าจะต้องซื้อเครื่องคั้นน้ำผลไม้หน้าตาประหลาดนี้ในราคา 399 ดอลลาร์ (13,300 บาท) และผักผลไม้บดสำเร็จราคาถุงละ 5 – 7 ดอลลาร์ (160 – 230 บาท) จากทางบริษัทเท่านั้น โดยการใช้งานจะต้องเอาถุงเสียบเข้ากับเครื่องและกดสั่งการผ่านแอพพลิเคชั่น ทางบริษัทเคลมว่าเครื่องคั้นน้ำผลไม้เครื่องนี้สามารถบีบน้ำผลไม้ออกจากถุงออกมาได้ดีที่สุด โดยผลไม้บด 1 ถุงจะคั้นเป็นน้ำผลไม้ได้ 1 แก้ว และเครื่องยังสามารถสแกน QR Code ที่ซองเพื่อตรวจเช็ควันหมดอายุได้อีกด้วย ถือเป็นเทคโนโลยีที่ตอบรับกับกระแส “Internet of Things” ได้เป็นอย่างดี (อ่านเกี่ยวกับ Internet of Things ได้ที่นี่)

 

ทำธุรกิจ อย่าคิดดูถูกผู้บริโภค

ฟังดูเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำซะจนน่าแปลกใจสำหรับแค่การคั้นน้ำผลไม้ แถมต้นทุนต่อแก้วก็ยังสูงกว่าซื้อผลไม้มาคั้นเองหลายเท่า จนหลายคนเกิดสงสัยในความสมเหตุสมผลของเจ้าผลิตภัณฑ์หน้าใหม่ตัวนี้ Bloomberg จึงได้ทดลองเอาถุงผลไม้บดของแบรนด์นี้มาบีบด้วยมือเปล่า ผลปรากฏว่าได้น้ำผลไม้ที่ทั้งปริมาณและคุณภาพไม่ต่างจากใช้เครื่องเลยสักนิด กลายเป็นว่าเจ้าเครื่องคั้นราคา 399 ดอลลาร์นั้นไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง

คลิปการทดลองนี้กระจายไปอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายว่า Juicero หลอกให้คนซื้อเครื่องคั้นโดยไม่จำเป็น หรือถ้าลูกค้าอยากซื้อแค่ถุงผลไม้บดมาคั้นเองด้วยมือ ทางบริษัทก็ไม่ขาย ลูกค้าจะต้องซื้อเครื่องก่อนเท่านั้นจึงจะซื้อถุงผลไม้บดกับทางบริษัทได้ และยังมีหลายคนจุดประเด็นว่าเครื่องคั้นเจ้าปัญหานี้ต้องใช้แอพพลิเคชั่นสั่งการ หมายความว่าถ้าอินเทอร์เน็ทหลุดหรือมือถือเสีย เครื่องก็ไม่สามารถทำงานได้ แถมแทนที่จะเขียนบอกวันหมดอายุเอาไว้บนถุงให้คนอ่านได้ ดันทำเป็น QR Code ที่ต้องใช้เครื่องอ่านอย่างเดียวซะอย่างนั้น กลายเป็นว่าความไฮเทคแบบเกินเหตุของมันทำให้การคั้นน้ำผลไม้ยุ่งยากขึ้น

 

คิดแก้ไขก็สายเกิน

หลังจากถูกแฉในที่แจ้ง เจ้าเครื่องคั้นไฮเทคก็ถูกสาธารณชนและสื่อหลายสำนักตราหน้าว่าเป็น Scam (ต้มตุ๋น) จน Doug ผู้เป็น CEO ต้องออกมาประกาศว่าลูกค้าสามารถเอาเครื่องคั้นมารับเงินคืนได้เต็มจำนวน แต่สายไปเสียแล้ว ทั้งชื่อแบรนด์และ Doug Evans ไม่เหลือความน่าเชื่อถืออีกต่อไป เป็นอันปิดตำนานบริษัท Startup ที่ถูกเกลียดมากที่สุดไปอีกหนึ่งราย

 

แหม… สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง นับประสาอะไรกับอดีตประธานบริษัทโค้ก แต่อย่างน้อย Doug Evans ก็ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้ว ว่าถ้าทำธุรกิจด้วยความไม่จริงใจต่อผู้บริโภค ก็มีแต่รอความล้มเหลวเท่านั้นเอง ส่วนผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ก่อนตัดสินใจซื้ออะไรก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนนะครับ จะได้ไม่เสียเงินไปกับสินค้าหลอกลวงหรือด้อยคุณภาพ

 

ติดตามข่าวสารและสาระความรู้ด้านเทคโนโลยีและเครื่องใช้ไฟฟ้าอัพเดทเป็นประจำจาก The Power ได้ที่นี่

ที่มา: gizmodo.com, fortune.com, businessinsider.com